khowphod-Cat

ตอนนี้ผมยังทำใจไม่ได้เลยซักนิด....------------------------------

PS.-ถึงทุกๆคนน่ะงับ ผมขอโทษจริงๆ

ที่ช่วงนี้ไม่ได้กลับไปเม้นตอบเลย

ไม่ว่าจะเป็นในDek-D หรือ Exteen

ไม่ไช่ว่าผม หยิ่งน่ะงับ

แต่ตอนนี้ใจผมสับสนเหลือเกิน...

แล้วเวลาผมไม่มีเลย.... แล้วผมจะกลับ

ไปตอบทุกคนน่ะงับ ^ ^"

-ถึงน้องสาวสุดอึดคนนึงที่ ยอมนั่งโต้รุ่ง

กับพี่ จนถึงตอนที่ ข้าวโพดจากพี่ไป

ถึงแม้ว่าเจ้าจะอึด ไม่นอนอยู่แล้วก็เถอะ

แถมยังชอบ ร้อง หลงๆ อีก

(จะหลงป่ายถึงหนาย หื้อ??)

นั่นคือ

http://penagift.exteen.com/

นู๋แป้ง(อุส่าไม่เติมนครบาลให้แล้วน่ะ)

-ถึงพี่สาว ที่ผมคุย MSN ด้วยในคืนนั้น

ผมขอโทษจริงๆน่ะงับที่ไม่ได้ อยู่เป็นเพื่อนอย่างที่เคย

แล้วผมจะช่วยกลับไปแต่งหน้านิยายให้งับ

(อยากรู้มั้ยงับ พี่สาวผมคนนั้นคือใคร ..

http://my.dek-d.com//story/view.php?id=248847

นิเองเละงับ ^^เป็น นิยายYaoi น่ะงับ

SM เลือดสาดแบบที่ผมชอบเลย (ได้ทีโปรโมทเลยตู)

-ถึงที่สาวอีกคนที่สำคัญกับผมมากๆ~!!!

ผู้ที่ยอมคุยดทรศัพท์กับคนบ้าๆ ประสาทๆอย่างผม

และยอม นั่งร คนที่นัดแล้วไม่เป็นนัด

นั่งรถตรูดช้าที่ร้านเน็ท ของอภัยงับ

*โค้งงามๆ*

และท่านนั้นจะเป้นใครไปไม่ได้นอกจาก

ท่านนี้ฮ่ะ http://sleazoid.exteen.com/

ท่านพี่โรส...(อุส่าไม่เติมนครบาลให้น่ะ)

และสุดท้ายยยยยยยยยยยยยย

ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน

เรื่องของผม

ไม่รุ้ว่าอ่านเข้าใจหรือเปล่า

ท่านจะอ่านหรือไม่อ่าน...(เรื่องมันโคะตะระยาว)

แต่ถึงยังไงแค่ท่นคลิ๊กเข้ามา

ก็ขอบคุณากเหละงับ

อย่างที่บอก

แล้วผมจะตามไปตอบให้ครบทุกท่านเลยน่ะงับ

ตอนนี้ขอตัวไปนอนก่อน เริ่มไม่ไหวแล้ว


edit @ 2007/04/18 05:00:24


edit @ 2007/04/18 05:22:23

edit @ 2007/04/18 06:52:57


edit @ 2007/04/18 06:58:46

edit @ 2007/04/18 07:02:05
edit @ 2007/04/18 07:06:51
edit @ 2007/04/18 16:16:06
edit @ 2007/04/18 16:24:49

ภาพของไอข้าวโพด

ยังคงหลอกหลอนผมตลอดเวลา.....

ภาพที่มันโดนงูรัด..

ไอ้งูหลามตัวใหญ่...

ที่แม้ ผมจะไม่เห็น แต่จินตนการได้

ความทรมาณที่มันได้รับ...

เหมือนว่าผมจะรับรู้ได้.....

ทำไม ทำไม ผมช่วย มัน ไม่ได้

......

ความคิดเหล่านี้ ไหลวนอยู่ในหัวสมองของผมตลอด


..................................................

เหตุการณ์ของเมื่อวาน

หลังจากที่เกิดเรื่อง

ผมมานั่งหน้าคอม

พิมพ์เหตุการณ์ทุกอย่างลงในบลอค

น้ำตาที่ไหลออกมาจากคนอย่างผม

คนที่ไม่เคยกลัวอะไร ไม่แคร์อะไร

ไม่คิดว่าจิดใจของผม จะอ่อนแอขนาดนี้

...รู้สึกเสียฟรอม์ซะมัด

แต่ทำไมมันห้ามไม่ได้น่ะ??

ภาพศพ.. ภาพคนตาย.. เลือด...ผี หรืออะไร

ผมไม่เคยกลัวซักนัก.. ออกจะชอบด้วยซ้ำ...

........

เวลาตอนนั้นผมกินข้าวไม่ลง

แม้ว่าจะไม่ได้นอนเลยและไม่ได้กินข้าวเลย

(ผมเป็นคนที่เล่นคอมจนเช้าแล้วนอนเที่ยงตื่นเย็น)

..........

แม่ผมบอกให้ผมไปอาบน้ำ...

โปรแกรมตอนแรกที่บ้านผมจะทำ

คือ จะทำบุญ สงการณ์...

แต่ติดที่ว่าผม นอนเช้าตลอด

เลยไม่ได้ไปซะที...

จนมาวันนี้ ผมเลยคิดว่า ไม่ต้องนอนมันหรอก

ไว้ทำบุญเสร็จ.. ค่อยกลับมานอน

จนเวลาผ่านไป... พ่อแม่น้องผม

นั่งเล่นที่ สวนหน้าบ้าน

รอเพ่ชายของผมตื่น จะได้ไปวัดกัน

ผมก็นั่งเล่นคอมอยู่

.....

จนอยู่ดีๆพ่อผมตะโกน ว่า งูรัดแมว~!!

พ่อผมมาเล่าให้ฟังว่า

ตอนแรกก็มองแมวมันอยู่

มันไล่จับนกเล่นอยู่ข้างบ้าน

พ่อผมเรียกมันแล้ว

จะโดดไปรับมัน มันก็แกล้ง

นอนกลิ้งๆเล่นกับพื้น

พ่อผมเลย.. แกล้งมันไม่ไปรับมัน

จน ผ่านไปซักพัก..

มันหายไป...

พ่อผมถามน้องว่า..

เห็น ไอ้ข้าวโพดมั้ยยยย

น้องผมบอกว่า เห็นมันเดินไปข้างหลัง

แล้วพอพ่อดู...

ก็เจอ..เหมือนขาแมวตั้งอยู่

ตอนแรก พ่อบอกว่า

คิดว่าทำไมมันนอนเล่นแปลกๆ

แต่พอดูดีๆ ขามันตั้งผิดปกติเลย..

พ่อผมเลยคิดว่าต้องเป็นโดนงูรัดแน่ๆ..

พ่อผมเลยตะโกนทันที..

พอพ่อผม หาไม้ยาวๆได้อันนึง

ก็รีบกระโดดไปข้างบ้านทันที..

สิ่งที่พ่อเห็นคือ..

งูมันกำลังรัดไอข้าวโพดอยู่

ขดเป็นเกลียว 2 เกลียว

พ่อผม ตอนแรกเอาไม้ตีมัน

มันยิ่งรัดยิ่งกว่าเดิม

พ่อผมจึงเอาไม้แทรกไปตรง

แมวกับงู แล้วง้างออก

พ่อบอกว่า เวลาตอนงูมันจะกินเหยื่อ

มันจะดุมากๆ

พอพ่อผม ง้างร่างข้าวโพดจนสำเร็จ

มันจึง..หนีเข้ารูไป

พ่อเอาไม้ช้อนร่างไอ้ข้าวโพดขึ้นมาบนไม้

ร่างไอ้ข้าวโพดขดง้อไปตามร่างโน้มถวง

มันบอกให้รู้ว่า..ตอนนี้ มันไม่มีชีวิตแล้ว...

ตอนนั้น ผมอึ้งมากๆ

มือที่เกาะที่กำแพงสั่นมากๆ

ขาแทบยืนไม่ไหว...

พ่อส่งแมวให้พี่ขายของผม

แล้วจะกลับไปเล่นงานไอ้งูเวนนั่นต่อ

ผมเรียกห้ามพ่อ...พ่อไม่ยอม

ผมรู้เพราะผมเองก็แค้นมันเหมือนกัน

แต่ตอนนั้น ผมไม่มีความคิด ความรู้สึก

อะไรเท่าไหร่...รวมถึงตอนนี้ด้วย

พอพ่อผม..เลิกล้มความตั้งใจที่ฆ่ามัน

ผมเลย ค่อยๆเดินไปที่ร่างของข้าวโพด

ตอนนั้นร่างมัน..นิ่ง..

ผมเอามือ ผลักมัน... หวังว่าจะให้มันตื่น

ผมร่ำเรียกชื่อมัน.. อย่างหวังว่าจะให้มันได้ยิน

แล้วให้มัน ลืมตาขึ้นมามองผม

แววตาของมันที่เคยมองผม....

แววตาสีเหลือง กลมโต บ๊องแบ๊ว ของมัน

ที่เวลาผมมองมัน.. จะอดไม่ได้ทุกที

ที่จะเอาจมูกไปถูกับมันเล่น

แล้วมันก็จะหลับตาพริ้มเสมอ

ผมมองลงมายังคอของมัน..ค่อยๆ

ถอด
ปลอกคอของมัน..ที่ผมเพิ่งซื้อให้มัน

จากงานกาชาด...

เมื่อไม่กี่วันนี้เอง.. ก่อนที่มันจะมาอยู่ที่บ้าน

ได้ซักพักนึง... มันเพิ่งจะมาอยู่ที่บ้านของผม

มันยังเป็นลูกแมวอยู่..ตัวมันตอนที่เพิ่งมาอยู่บ้าน

มันพอๆกะฝ่ามือผมเอง(มือผมค่องข้างยาวน่ะ)

จนตอนนี้ มันก็โตขึ้นมาหน่อย

แต่ก็ยังเล็กมากๆอยู่ดี

เมื่อผมถอดปลอกคอออก

ก็เห็นได้เลยว่า มีเลือดและ

เหมือนคอมันจะหัก..

คงเกิดจากการโดนกัด และรัด...

เมื่อมองที่ไปตัวของมัน มีเลือดที่ขาหน้า

พ่อผมเล่าให้ฟังว่า.. เวลางูมันกัดเหยื่อ

มันจะงับตรงบริเวณ คอและเขี้ยวของมัน

จะขดง้อ ยิ่งดิ้นมันจะยิ่งแน่นขึ้น

และพอมันงับเสร็จ มันจะรัดพันตรงหลอดหายใจทันที

โดยที่ไม่ให้เหยื่อสามารถปล่อยเสียงร้อง

อะไรออกมาได้เลย

ผมนึกถึงความเจ็บ ทรมาณที่มันได้รับ

ตัวมันเล็กแค่นี้... จะทนได้ยังไง

ตอนนั้นเหละที่ ความอดกลั้นของผม

หมดลง ... ผมร้องไห้ตรงข้างหน้า ร่างของมัน

เป็นเวลานาน....

จนผมออกห่างจากร่างมัน

และเข้าบ้านไปล้างหน้า พอออกมา

ก็เห็นพ่อกับน้องกำลังฝั่งมันอยู่....

ผมจึงเดินเข้ามาที่บ้าน เพื่อมา บันทึก

เรื่องทั้งหมดต่อ... ด้วยน้ำตาที่ไหลริน

และบอกทุกคนที่ออน MSN อยู่

ว่าแมวผมตายแล้ว...

ผมพิมพ์ข้อความอย่างงั้น ซ้ำไปซ้ำมา

จนน้ำตามัน พรั่งพรูออกมาตลอด

แม่ผม ชวนกินข้าว

ผมไม่อารมรณ์กินอะไรทั้งนั้น

แม้ผมจะรู้ว่า ผมไม่ได้กินข้าว

ตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น

เมื่อนับเป็นเวลาของผม

ที่นอนไม่เหมือนชาวบ้าน

คงเทียบกับว่า ไม่ได้กินข้าวมาทั้งวันกว่าๆ

แต่ ในตอนนั้นใครจะกินลงละครับ

แม่บอกว่า

ไปทำบุญให้ ข้าวโพดกัน...

ตอนนั้นผมยัง.. ไม่สนใจอยู่

และได้ยินว่า น้องจะไปบางแสน

ตอนแรก ผมไม่อยากไป..

จนเมื่อผมพิมพ์เนื้อเรื่องที่คิดว่า

ครบทุกเหตุการณ์ก็กดลงเรื่อง

และเตรียมที่จะขึ้นไปอาบน้ำ

และคิดว่าไปบางแสนก็ได้เลยตอบตกลง..

.........
....
.
ระหว่างเดินทาง พ่อก็พูดเรื่อง

ข้าวโพดบ้าง ผมพยาพยามข่มตาหลับ

แต่ภาพของข้าวโพดมันติดตาตลอด

แม้รู้ว่าผมไม่ได้นอน เกือบทั้ง 2 วัน

รวมกัน... แล้วไม่นับเวลานอนที่น้อยนิด

ที่ผมสะสมมาอีก..ผมรู้ว่าร่างกายอ่อนเพลีย

มากๆ.. มันเบลอๆ แทบแย่..

.....

เมื่อเดินทางใกล้ถึงบางแสน

ปรากฎว่า คนเล่นน้ำสงกรานอยู่

คนเยอะมากๆและรถไม่ขยับเลย

เลยเปลี่ยนโปรแกรมว่า ไปแค่ตลาด

หนองมน (หรืออะไรนั่น) แล้วกลับดีกว่า

พอไปถึงก็เดินๆ... ตอนจะซื้อน้ำ

ผมหันไปเจอ Spy พอดี

ผมบอก แม่ว่าอยากกิน

ผมเป็นคนไม่เคยดื่มของพวกนี้

ไม่ไช่ซิ ไม่ชอบ ไม่ยุ่งอะไรด้วยซ้ำ

แต่วันนี้ผมคิดว่า อยากจะกินๆ

ให้มันหลับๆลืมๆซะ

ตอนแรกแม่ก็ลังเล แต่ก็ซื้อให้

ผมรู้ว่า Spy มันคง ธรรมดา

ไม่มีอะไรเท่าไหร่... แต่พอกิน

โคตะระ ฉุนเลย ซ่าๆ -*-

(ผมกินน้ำอัดลมไม่ได้)

แต่ก็ฝืนๆกินไป...

และปรากฏว่า.. พ่อแม่เปลี่ยนโปรแกรม

ไปพัทยา ดีกว่า พัทยาใต้.. หาดจอมเทียน

เมื่อไปถึง ก็ไปนั่งที่เตนท์

เวลานั่น มันประมาณ 2 โมง

ผม เห็นมันแดดร้อน เลยให้น้องลงไปเล่นก่อน

(ข้อหากลัวดำ...)

ผมเอาเท้าเขี่ยๆทรายเล่น

ตรงเก้าอี้ที่ผมนั่ง เล่น...

ทำเป็นหลุม..รูปหัวใจ...

กะจะถ่ายรูปมาให้เพื่อนดู..

ว่าไป ทำหลุมมา .. ให้คนตกหลุมรัก

เหอะๆ...(แม้เศร้ายังแอบติ๊งต๊อง)

แต่ก็ ทำได้เน่ามาก เลยกบๆมันทิ้ง

ต่อมา...

ป๋มก็นอนรอ...

ในระหว่างนอน ผมนอนไม่หลับเลย..

ยังคิดถึงไอ้ข้าวโพดและ แอบร้องไห้ด้วย

จนสุดท้าย... ผมไม่รู้ว่า ผมหลับไปตอนไหน

จนแม่เรียก.. ผมก็ตื่นแปบนึงก่อนจะหลับต่อ

เพราะไม่ไหว จริงๆ

จน 5 โมงเย็น... ผมตื่นและน้องผม

มันเลิกเล่นแล้ว ขี้เกยีจรอผม

ผมก็ฉุนๆนิดๆ

ก่อนจะเหยีบกล้องขึ้นมากะจะถ่าย

บรรยายกาศเล่น

ปรากฏว่า ถ่านหมด - * -

ก็เลยกลับบ้าน

ทั้งๆที่ผมยังไม่ได้ แตะน้ำทะเลเลย

ผมก้หงุดหงิด นิดที่ไม่ได้เล่น

แต่ก็.. หงุดหงิด จนสลบต่อไป จนถึงบ้าน

ก่อนจะเดินเข้าบ้าน

ผมก็หันไปมอง หลุมศพข้าวโพด

แล้วก้รู้สึกแปลกๆ..........

แต่ก็เดินเข้าบ้านมา...

กินข้าว... และแม่สั่งให้ผมออก

นอกบ้านมาให้อาหารหมาผม

ซึ่งออกไปปุ๊บ ก็เจอหลุมศพข้าวโพดเลย

แล้วข้างนอกมันมืดมากๆ...

แต่ผมก็ทำใจเดินหาจานข้าวหมา

และ มันดันอยู่ ตรงที่ๆไม่มีไฟ

ใกล้ๆกับกำแพงบ้านร้างอีก..

ตอนนั้นผมรู้ตัวเลยว่ากลัวมากๆ

ผมกลัวงู..หรือ กลัวอะไรไม่รู้

จิตใจของผม มันไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย

ใจผมเต้นแรงมากๆจนแทบหัวใจจะหวาย

และเมื่อผมเดินไปใกล้

ถึงจานข้าวหมาก็รีบๆเอาขาเขี่ย

ไปยันตรงที่มีแสง

และใส่ๆๆข้าว


แล้วก็รีบเข้าบ้าน...

พอเข้าบ้านผมก็เล่น msn ตามปกติ

ทั้งๆที่ เพีลย มากๆ และก็ เปิดดูรูป

ไอ้ข้าวโพด... ที่มีในเครื่องแล้วก็

ดูรูปผมที่คู่กับมัน..

..............

พอเวลาตอนดึกๆ ตี 2 กว่าๆ

พี่ผมที่ตอนแรก นั่งเล่นคอมข้างๆ

แล้วก็ไม่ไหวไปนอน

เหลือผมไว้คนเดียว....

จากที่ปกติ..ไอข้าวโพดมันจะมานอน

ที่ตักผมประจำ..

ตอนนั้น...อยู่ๆๆจิดใจผมเป็นอะไรไม่รู้

มันเริ่มว้าวุ่ย... กลัว~!! กลัว แบบ สุดๆ

มันรู้สึก วังเวง... มากๆ...

และบอกความรู้สึกนี้ กับพี่สาวคนนึง

พี่เค้าบอกว่า เหมือนถูกผีหลอกใช่มั้ย

แต่ผมว่ามันไม่ไช่...

เพราะมันเป็นอะไรที่ยิ่งกว่านั้น...

พี่เค้าก็ถามกลับมาว่า เคยเจอผีเหรอ?

ผมก็ตอบว่าไช่... เกิดจากที่ผมไปลบหลู่ท่าน..

วิญญาณท่านอาฆาตผม

แต่มันก็ไม่รู้สึกขนาดนี้....

พี่เค้าบอกให้ผมช่วยเล่าให้ฟัง..

แต่ผมเล่าไม่ไหวจริงๆ ต้องขอโทษพี่เค้าด้วย

ตอนนั้นผม กำลังจะทำทีมเปลี่ยนนิยาย

ให้พี่เค้าอยู่....

บรรยายกาสที่ เงียบ จากบ้านร้างข้างบ้านผม

และที่ๆมันถูกงูรักตาย ก็อยู่ ใกล้ๆ

กับที่ๆผมอยู่ เพียงแค่มีกำแพงกั้น..

และอยุ่ฝั่งข้างบ้าน...

....

ตอนนั้นผมเริ่มคลั่ง..

จนแทบบ้า...กลัวมากถึงมากที่สุด

ผมรู้สึกเหมือนมีอะไร

กำลังจะใกล้เข้ามาหาผม

เหมือนมีอะไร จะมาทำร้ายผม...

มีเสียง กุกกักตลอด.. รอบตัวผม

ตอนนั้นผม กลัววว

กลัวมากกกกกกกกกกกกกกกก

จนแทบอยากจะกรีดร้องแบบไม่มีเหตุผล

จนต้องบอก พี่ใน MSN ว่าขอโทรคุยได้มั้ย

ผมไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวจริงๆ

เพ่เค้า ก็ให้เบอร์มา

ผมรีบโทรหาทันที และรีบ

พยาพยามทำให้เสียงไม่สั่น

ผมต้อง ขอขอบคุณพี่คนนั้นมากๆ

ที่อยู่คุยเป็นเพื่อนผม

.....

เมื่อผม อัพไฟร์ให้พี่สาวอีกคนเสร็จ

ก็ทำการจะย้ายเครื่อง...

และคุยกับพี่สาวในโทรศัทพ์ไป พลางๆ

กะว่าจะช่วยพี่ในMSNตกแต่งทีมนิยายต่อ

แต่ในระหว่างนั้น

ก็มีเสียงกุกกักๆ มาเป็นระยะๆ

ผมเริ่มหลอนอีกครั้ง

และพูดให้พี่เค้า ฟัง....

พี่เค้าบอกว่า เพราะผมไม่ได้นอนมั้ง

และผมก็คิดมากด้วย

แต่ผมก็คิดว่า เป็นเพราะ Spyรึเปล่า??

ที่ทำให้ผมกลัว..

และหลอนมากๆแบบนี้

จากที่ ผมไม่เคยกลัวอะไร

ต้องมาเป็นอย่างนี้...

น่าสมเพศ ซะมัด...........

แต่ผมก็หวังว่า มันเป็นเพราะ

แอลกอฮอล ที่ผมกินมาแล้วแสนนานจริงๆ

จากนั้นพ่ชายผมก็ลงมา

เปิดไฟและไปห้องครัว..

ผมเลยรีบปิดคอม

บอกลาเพื่อนๆ

และคิดว่าไปนอนดีกว่าไม่ไหวแล้ว......

เพราะพี่ สาวเค้าบอกด้วย

ว่าถ้าไปนอนจะดีขึ้น...

ผมวางโทรศัทพ์บ้าน

และใช้มือถือโทรหาทันที

(เพราะ โทรศัทพ์บ้านไม่ไร้สาย)

ผมเดิน ขึ้นห้อง และยังคงคุยโทรศัทพ์อยู่

เปิดเพลง Dir en grey ฟัง

ตอนแรกมันเปิดไม่ติด..

กลัวเลย...

พยาพยามจนมันติด...

และซักพักก็บอกลาวางโทรศัพท์ไป...

ผมนัดกับพี่เค้าไว้ว่า...พรุ่งนี้จะไป

เดอะมอลกัน..เพราะผมจะไปจ่าย

ค่าสมัคร แอดมิดชั้นกลางด้วย

(เพิ่งรู้ว่ามันจะหมดเขตแล้ว)

และพี่เค้าจะไปเพ้นเล็บด้วย...

.............

เมื่อผม วางโทรศัทพ์...

ปิดไฟ.. ฟังเพลงของ Dirไป

มันยิ่งหลอนกว่าเดิม....

ผมเลยปิดเครื่อง และหลับตาลง

ระหว่างที่นอน.. ผมรู้สึกว่า..

มันอะไรบางอย่างแตะที่ขาของผม

ผมก็คิดไปว่าลมมั้ง

(ผมเปิดแอร์พร้อมพัดลมจ่อมันซะใจดี)

แต่แล้ว... ผมก็เริ่มนอนไม่ได้

มันเริ่มกลัว....

กลัวมากๆอีกแล้ว... จนผมคิดว่า

ถ้าทนไม่ไหวจริงๆ จะไปนอนห้องพ่อกับแม่

แต่กลัวว่า จะไปรบกวนท่าน

ผมใช้เวลาอยู่นาน...มันเป็นช่วงเวลาที่

ทรมาณมากๆๆ......

กว่าจะหลับไปตอนไหนไม่รู้

............

เมื่อผมตื่น ขึ้น...มันเป็นเวลาเกือบ

4 โมงเย็น...

แล้วผมนัดพี่สาวเค้าไว้ 3 โมงกว่าๆ

ผมหยิบมือถือดูทันที..ปรากฎเครื่องมันดับ

ผมกดเปิดเครื่อง และ...

ผมรีบวิ่ง เข้าห้องน้ำเลย...

จนพี่เค้าโทมาตาม ปรากฎว่าถึงนานแล้ว

"โอ้ว...ผมขอโทษ"

จนสุดท้ายผมไปถึงเดอะมอล์

จ่ายตังค์ หาอะไรกินเสร็จ..ก็พาพี่สาวไป

เพ้นเล็บ...ไปมาๆ ผมเลยเพ้นด้วยเลย

ตอนแรกเอาลาย เหมือนดอกไม้..

ดำแดง... (ตอนแรกผมเห็นมันเหมือนเลือด)

พอมานั่งรอ...ช่าง ก็นั่งโม้กับเพ่สาวยาวเลย

จนถึงตอนเพ้นเล็บ... ผมบอกให้ช่างสาว

ช่วยทำให้มันเหมือนเลือดหน่อยได้เปล่า

เพ่เค้าก็อึ้งๆ...แล้วผมบอกเดี๋ยววาดให้ดู

แล้วผมก็วาด... คือที่ผมวาดมันเป็นเลือดไหล

แต่ ก็กลัวพี่เค้า งง เลยบอกว่า เพ่นึกถึง

เวลา เราสะบัดสีอะพี่ เลือดหยดๆ

พี่เค้าก็ อ๋อ... แล้วก็วาดให้ดู.. ก็โดนใจผมเลย

แล้วก็ทำการเพ้น...(ไว้ว่างๆจะเอามาลงงับ)

พอเพ้นไป..ผมก็พูดว่า..

แมวเพิ่งตาย ก็มาเพ้นเลือดที่เล็บอีก

ช่างหญิงก็บอกว่า เอาเลือดแมวเพ้น

แล้วพี่เค้าก็ถามว่า แมวเป็นอะไร..

ผมก็บอกว่า โดนงูกัดตาย...

ช่างสาวเค้าก็ตกใจเหมือนกัน

แล้วก็บอกว่า.. บ้านพี่งูก็เพิ่งเข้า

บ้านเหมือนกัน หมาพี่เป็นบางแก้วมันสู้กะงู(บลาๆ)

แล้วพี่สาว..ก็ถามผมว่า เอาแมวไปฝั่งที่ไหน..

ผมก็ตอบว่า ตรงใกล้ๆกับคอมผมเลย

ใกล้ๆกับที่ๆๆมันตายด้วย...

พอพูดประมาณนั้น น้ำตา ผมแทบไหลเลย

ปากเริ่มสั่นๆนิดๆ

ผมเริ่มระงับอารมณ์และเพ้นเล็บต่อ..

...กลับบ้าน...

..เปิดคอม...

พอดึกๆ..ทุกคนขึ้นไปนอน

ผมเดินไปปิดทุกอย่าง ประตู หน้าต่าง

ม่านทุกบาน...

และเล่นคอมต่อ....

เวลานานซักพัก......

พ่อผมเดินลงมาพร้อมน้อง

แล้วถามว่าปิดม่านทำไม....

ผมก็บอกว่า ไม่มีอะไร...

พ่อก็ไม่เชื่อ .. ผมเลยเล่าๆไป

ว่า ตั้งแต่เมื่อวาน มันหลอนๆแปลกๆ

ไงไม่รู้..น้องมันแซวบอกว่า กลัวผีแมวอะดิ

ผมเลย ด่าให้มันเงียบปากไป~!!

และพ่อก็ ออกไปสูบบุหรี่ ข้างนอก...

ผมเล่นคอมซักพักพ่อก็ เรียก..บอกว่า

มีใครมาหา... แล้วก็ อุ้ม อะไรบางอย่างมา

แมว~!! สีลายเสือ..ที่ มันชอบแวะมาบ้านผมบ่อยๆ

ตั้งแต่ตอนที่ไอข้าวฟาง(แมวตัวเก่า)

ยังเพิ่งมาอยู่ที่บ้าน(เป็นปีแล้ว)

ตอนนั้นมันยังตัวเล็กอยู่เลย..

ตัวเล็กกว่าฝ่ามือผม
แห้งๆ...

จริงๆแล้ว...เมื่อก่อนแถวบ้านผม

แมวเยอะแยะเลย... แต่ต่อมามันก็หายไปหมด~!!!

ผมมองไปที่แมวสีทอง.. มันตัวใหญ่โคตะระๆ

ยาวเกือบเท่าแขนผมเหน่ะ..

และที่ สำคัญ มันท้องด้วย~!!!!!

ผมเดินเข้าไปอุ้มมันจากพ่อ...

แต่มันก็ดิ้น จะหนี...มันกระโดดลงที่พิ้น

ผมตามจับมัน เกาคาง จนมันนิ่ง

ผมจะพามันไปกินข้าว...

ที่ๆที่เดียวกับ
ข้าวโพด....

ตอนแรกมันไม่กล้าเดินตามผม

พ่อต้องอุ้มมันมาหา

ตรงที่กินข้าว.. แต่แล้วก็ตกใจ

กับกองตุ๊กตาสัตว์ ของผม~!!

มันไม่กล้ากิน และเดินหนี

ผมตามเอา จานข้าวไปให้มัน...

(ในที่ ที่ห่างจากตุ๊กตา)

มันถึงยอมกิน...

พ่อบอกว่า มันคงไม่กล้ากินตรงนั้น

สักซัก มันก็เดินหนีอีก

พ่อตามมันไป มันมานั่งตรงคอมผม

ผมก็เอาข้าวไปให้มันกินอีก..

มันก็รีบกินเลย...

พ่อก้บอกว่า สงสัยมันไม่กล้ากินตรงนั้น

ผมเดินไปปิดไฟหลังบ้าน

แล้วเดินกลับมา...

พ่อบอก มันตกใจผม

เลิกกินข้าวเลย...

เลยบอกว่าให้มันไปกินข้าวนอกแล้วกัน

ผมก็ตามออกไปข้างนอก...

ที่ๆมีหลุมศพของข้าวโพด...

ผมเห็นแมวลายเสือ

นอนอยู่บนโต๊ะ... ที่ๆที่วางศพข้าวโพด

พ่อผม หาไฟฉ่าย

และเดินส่องทั่วบริเวณบ้าน..

รวมถึง ตรงฝั่งตรงข้ามบ้าน

ที่ๆที่..ข้าวโพดตาย รังของงูเวนนั่น

และ พูดว่าเห็นแมวมันมองๆ

.........

แต่แล้วก็ไม่เจอ อะไร...

ผมเอื้อมมือไปลูบแมวเล่น..

พ่อบอกว่า ที่แมวมันหวาดกลัวแบบนี้

เพราะมันต้องเจออะไรมาแน่ๆ

ผมเกาคางมัน

และพูดว่าเพราะมันท้องมั้ง...

พ่อก็บอกว่า แต่แสดงว่ามันเก่งน่ะ...

แมวตัวนี้ มันไม่เคยนอนที่พื้นเลย

มันจะนอน ข้างบนกำแพง

หรืออะไรสูงๆตลอด...

ผมบอกกับพ่อว่า... ไว้มันท้องแก่

ขังมันไว้ในบ้านดีมั้ย..

ให้มันคลอดในบ้าน...

พ่อบอกว่า ไม่ไหวหรอก...

ผมก็เลย นิ่งไป...และเดินเข้าบ้าน..

~และก็มาเล่าเรื่องทั้งหมดนี้เหละน่ะ~

แต่ผมคิดไว้ว่า.. ผมจะต้องเอาลูกแมว

จากในท้องของอ้ายเสือนี้ให้ได้..

ผมคิดว่า..มันต้องเป็นอย่างงั้นซิ........


edit @ 2007/08/02 22:02:42